ชุดตรวจHIV

ขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้า 2 ช่องทาง

  • การสั่งซื้อสินค้า ทักผ่าน Line หรือ โทรเข้ามาสอบถามไป  และแจ้งที่อยู่
  • หรือกดสั่งซื้อผ่านตะกร้าสินค้า ทำการโอนเงิน กรอกรายละเอียดที่อยู่ครบถ้วน เราจะดำเนินการส่งของให้ท่านตามที่อยู่

ตรวจ hiv กี่เดือน,ตรวจ hiv กี่วัน,การติดเชื้อ hiv,ความรู้เรื่องโรคเอดส์,ผลตรวจ hiv,ตรวจเลือด

 

คู่มือ คู่มือ คู่มือ

คู่มือการตรวจ ใช้งานง่าย

 

อังกฤษวางจำหน่ายชุดตรวจเอดส์ด้วยตนเองครั้งแรก

 

โรคเอดส์ กับเชื้อ HIV ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

– HIV เป็นเชื้อไวรัส- เอดส์ เป็นภาวะที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งเป็นหลังจากที่ร่างกายถูกทำร้ายจากไวรัส HIV อีกทีหนึ่ง

เป็นเอดส์ ยังมีโอกาสรอดถึงแม้จะยังไม่มีวิธี และยารักษาโรคเอดส์ โดยตรง แต่หากพบในระยะที่ยังเป็นผู้ติดเชื้ออยู่ ผู้ป่วยสามารถทานยาต้านไวรัส ไม่ให้เชื้อไวรัสทำร้ายภูมิคุ้มกันในร่างกาย จนแสดงอาการผิดปกติออกมาได้ เพราะฉะนั้นยิ่งพบเชื้อเร็ว ยิ่งควบคุมเชื้อไวรัสได้ง่าย โอกาสรอดชีวิตก็ยิ่งมีสูง นอกจากนี้เมืองไทยยังมีสวัสดิการมอบยาต้านไวรัสให้กับผู้ติดเชื้อฟรีอีกด้วย เพียงลงทะเบียนเข้าโครงการรับยาต้านไวรัสกับโรงพยาบาลที่ร่วมโครงการ และคอยติดตามผลกับแพทย์อยู่เสมอ

เป็นเอดส์ ติดเชื้อ HIV ต้องตายด้วยอาการมีแผล ตุ้ม หนอง ขึ้นเต็มตัวนั่น เป็นอาการของโรคฉวยโอกาส อาจจะเป็นโรควัณโรค ซึ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายหลังจากที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ไม่ดี ปล่อยให้เชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายจนแสดงอาการได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นโรคที่แสดงอาการทางผิวหนังก็ได้ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น
ผู้ป่วยเอดส์ และผู้ติดเชื้อ HIV ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนสำส่อน มักมากในกาม

ผู้ติดเชื้อ HIV อาจมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวเหมือนคนปกติทั่วไปหาก ทานยาต้านไวรัสตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ และรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเป็นประจำ ผู้ติดเชื้อสามารถมีครอบครัวได้ถึงแม้ ว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ใช้ถุงยางอนามัย จะทำให้มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อได้ แต่หากอยากมีครอบครัว ผู้ป่วยสามารถจูงมือคู่รัก เพื่อปรึกษาแพทย์ หาทางออกในการมีครอบครัว มีบุตรโดยที่บุตรไม่ติดเชื้อ HIV ได้ ผู้ติดเชื้อสามารถมีชีวิตที่ยืนยาว อยู่ต่อไปได้อีกหลายสิบปี มีอายุขัยเท่ากับคนปกติเลยทีเดียว ดีไม่ดีอาจอายุยืนกว่าคนปกติที่เป็นโรคอื่นๆ เช่น เบาหวาน หัวใจ อีกด้วย มะเร็ง อีกด้วย
(ตรวจเอดส์, ตรวจ HIV, เอดส์, เอชไอวี, ตรวจเอชไอวี, AIDS,ตรวจเลือด)

ขอขอบคุณข้อมูล : ซีรี่ยส์ Hormones Credit: http://health.sanook.com/2009/

 

ซองปิดทึบ มีปิดสกอตเทป เพื่อป้องกันการเปิด

ตรวจ hiv กี่เดือน,ตรวจ hiv กี่วัน,การติดเชื้อ hiv,ความรู้เรื่องโรคเอดส์,ผลตรวจ hiv,โรคเอชไอวี ติดต่อทางไหน

 

ถาม-ตอบ เราจะติดเอดส์ได้จากไหนบ้าง

คนส่วนใหญ่มักเรียกติดปากว่า ติดเอดส์ นั้น ไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องคือ ติดเชื้อเอชไอวี เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเอดส์กับเอชไอวีต่างกันอย่างไร?

สารคัดหลั่งหรือน้ำทุกชนิดที่ออกจากร่างกายมีเชื้อเอชไอวีมากน้อยต่างกัน

ที่มีเชื้อปริมาณมาก : เลือด, น้ำจากช่องคลอด, ตกขาว, น้ำจากเลือดประจำเดือน, น้ำนมแม่

ที่มีเชื้อปริมาณน้อย : น้ำตา, น้ำลาย, น้ำมูก, เสมหะ

แทบจะไม่มีเชื้อ : อุจจาระ, ปัสสาวะ, เหงื่อ

ทำไมน้ำสารคัดหลั่งต่างๆจึงมีปริมาณไวรัสไม่เท่ากัน?

ไวรัสเอชไอวีชอบเม็ดเลือดขาวในกระแสเลือดเพื่อแบ่งตัวและเจริญเติบโต ดังนั้นน้ำสารคัดหลั่งใดที่มีเม็ดเลือดขาวหรือเลือดเข้าไปเกี่ยวข้องจึงมี ไวรัสมาก เช่น เลือด, น้ำจากช่องคลอด, ตกขาว, ประจำเดือน, น้ำหนอง, ในทางตรงข้ามน้ำใดไม่มีเลือด หรือไม่มีเม็ดเลือดขาวปะปนก็จะมีปริมาณไวรัสเอชไอวีน้อย เช่น ปัสสาวะ, อุจจาระ และเหงื่อ เป็นต้น

เชื้อเอชไอวีอยู่นอกร่างกาย อยู่นานแค่ไหน?

เชื้อเอชไอวีร้ายก็จริงแต่ใจเสาะครับ ไม่สามารถทนต่อสภาวะแวดล้อมภายนอกได้ โดยทั่วไปมันจะอยู่ได้เป็นชั่วโมงหรือแค่ไม่เกินวัน ทั้งนี้อยู่ที่สิ่งแวดล้อม ถ้าถูกความร้อน ความแห้ง กรดด่างหรือแสงแดดก็หงิกแล้ว แต่ถ้าได้ที่เหมาะสมๆ มีความชื้นดีๆ หรือห้องแอร์ที่เย็นจัด (ราวๆ 20 องศาเซลเซียส) ก็อยู่ได้ หลายวันแต่ไม่ถึงสัปดาห์

เชื้อเอชไอวีอยู่ในร่างกายสัตว์อื่นได้หรือไม่?

มีคนกับลิงบางชนิดเท่านั้นที่เชื้อเอชไอวีจะมีชีวิตอยู่ได้ เชื้อเอชไอวีไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ในสัตว์อื่น เช่น สุนัข,แมว,วัว,ควายหรือแม้แต่ยุง เชื้อก็จะตายภายในเวลาไม่นานนัก ดังนั้นยุงที่มาดูดเลือดคนมีเชื้อเอดส์ เชื้อก็จะตาย เชื้อในตัวยุงไม่สามารถติดต่อไปยังคนอื่นที่ถูกยุงกัดได้

เชื้อเอชไอวี หรือโรคเอดส์ติดต่อได้กี่ทาง?

โดยหลัก ๆ ก็มี 3 ทาง

เลือดและการถ่ายเลือด รวมทั้งใช้เข็มร่วมกัน เครื่องมือที่ไม่สะอาดมีคราบเลือดปนเปื้อนหรือมีบาดแผลแล้วไปสัมผัสกับเลือด หรือน้ำเหลืองของคนมีเชื้อเอชไอวี
ทางการร่วมเพศ รวมทั้งการร่วมเพศระหว่างชายหญิง,ชายกับชาย,โดยร่วมเพศทางช่องคลอดหรือทาง ทวารหนัก ทั้งนี้รวมทั้ง Oral sex โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ปากกับอวัยวะเพศชายที่มีเชื้อเอชไอวี
จากมารดาสู่ทารก (Vertical Transmission) ส่วนใหญ่จะติดระหว่างการคลอด และส่วนน้อยที่ติดระหว่างอยู่ในครรภ์และระหว่างให้ลูกดูดนมแม่

แบบไหนเสี่ยงมากที่สุด?

-รับเลือดครับ โดยเฉพาะรับการถ่ายเลือดทั้งขวดติดเกือบ100% แต่ปัจจุบันนี้เลือดทุกขวดได้รับการตรวจอย่างดีแล้วดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล
-ส่วนการร่วมเพศ โอกาสติดต่อน้อยกว่าเลือดขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น การร่วมเพศทางทวารหนักจะมีโอกาสติดสูงกว่าทางช่องคลอดและทางปากตามลำดับ และผู้ที่เป็นฝ่ายรับก็จะมีโอกาศติดเชื้อมากกว่าผู้สอดใส่
-ส่วนการติดจากแม่ไปสู่ลูก ถ้าแม่ไม่ไดรับยาต้านเอดส์ระหว่างตั้งครรภ์ลูกมีโอกาสติด 22% แต่ถ้ารับยาระหว่างฝากครรภ์โอกาสเหลือ 6% และถ้าไม่ได้กินนมแม่ด้วย โอกาสก็ลดลงอีก

Reference:Connor E, Sperling R, Gelber R, et al. Reduction of maternal-infant transmission of human,ตรวจเลือด

ความรู้ทั่วไปเรื่องโรคเอดส์ โรคเอดส์มีประวัติความเป็นมาอย่างไร

โรคเอดส์ เป็นโรคใหม่ของมนุษย์ มีรายงานในวงการแพทย์เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2524 โดยพบว่าชายรักร่วมเพศ และผู้ที่ติดยาเสพย์ติดโดยการฉีดในนครซานฟรานซิสโก ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก และไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเดิมทีก็เป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงอยู่ดี ๆ ก็มีการติดเชื้อ และเป็นมะเร็งในลักษณะที่คนที่มีภูมิต้านทานไม่ดีจะเป็นกัน เลยเรียกโรคนี้ว่า โรคเอดส์ หรือโรคภูมิต้านทานบกพร่อง (AIDS มาจากคำว่า Acquired = เป็นขึ้นมาภายหลังหรือไม่ใช่เป็นมาแต่กำเนิด, Immune = ภูมิคุ้มกัน, Deficiency = พร่องหรือเสียไป, Syndrome = กลุ่มอาการหรือมีอาการได้หลายอย่าง ดังนั้น AIDS = กลุ่มอาการที่เกิดจากระบบภูมิต้านทานของร่างกายเสียไปอันเป็นผลที่เกิดขึ้นภายหลังคลอด ไม่ใช่เป็นมาแต่กำเนิด)

หันมาดูในแอฟริกา พบว่ามีอาการที่คล้ายโรคเอดส์ของอเมริกา เกิดขึ้นในกลุ่มชนแอฟริการาว 3-5 ปี ก่อนหน้าที่โรคระบาดในอเมริกา และเมื่อตรวจดูในเลือดของชาวแอฟริกาที่เก็บไว้นาน ๆ ก็พบว่ามีหลักฐานของการติดเชื้อเอดส์ย้อนกลับไปอีกประมาณ 10 ปีก่อนหน้านั้น

สำหรับเมืองไทย โรคเอดส์ในเมืองไทยเป็นโรคที่แพร่มาจากประเทศฝรั่ง ซึ่งอาจเป็นคนไทยที่ติดเชื้อแล้วเดินทางกลับมาประเทศไทยแล้วแพร่เชื้อให้กับคนไทยด้วยกัน หรือฝรั่งที่ติดเชื้อเข้ามาเที่ยวเมืองไทยแล้วแพร่เชื้อให้กับคนไทย ทำให้โรคเอดส์ระบาดในเมืองไทย

ไวรัสโรคเอดส์มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เชื้อ ( HIV = Human Immunodeficiency Virus หรือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคภูมิต้านทานบกพร่องในคน)

โรคเอดส์มีอาการอย่างไร ผู้ติดเชื้อเอดส์

ถ้าได้รับเชื้อเอดส์ หรือ HIV เชื้อไวรัสนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างร่องรอยของการได้รับเชื้อเมื่อตรวจเลือดจะพบร่องรอยเหล่านี้ ซึ่งเรียกว่ามีเลือดบวกเอดส์ และร่องรอยเหล่านี้สามารถตรวจพบในน้ำลายได้ ร่างกายอาจจะปกติทุกอย่าง ดูจากภายนอกก็คือ หนุ่มหล่อสาวสวย หรือคนธรรมดาทั่วไป ถ้าไม่ตรวจเลือดหรือน้ำลายก็จะไม่ทราบว่าติดเอดส์มาแล้ว คนเหล่านี้ภายใน 10 ปี จะเป็นเอดส์เต็มขั้นประมาณร้อยละ 50

เอดส์อ่อน หรือผู้ติดเชื้อที่มีอาการ

คือ พวกที่มีเลือดบวกเอดส์ และไม่รู้จักปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง จะมีอาการแสดงผลจากภาวะภูมิคุ้มกันเสื่อมลง เช่น มีเชื้อราที่ลิ้น งูสวัด ต่อมน้ำเหลืองโต เริม มีอาการอ่อนเพลียหรือน้ำหนักลด ไข้เรื้อรัง หรือ เหงื่อออกกลางคืน เป็น ๆ หาย ๆ ถ้าไม่รู้จักปฏิบัติตัวให้ดีจะกลายเป็นเอดส์เต็มขั้น

เอดส์เต็มขั้น

ผู้ป่วยเหล่านี้จะเคยเป็นเอดส์อ่อนมาก่อน มีภูมิคุ้มกันเสื่อมลงมากและมีอาการติดเชื้อโรคอื่น ๆ ที่รุนแรง เช่น เชื้อราในสมอง วัณโรคของระบบต่าง ๆ ปอดบวม ท้องเดินเรื้อรัง โทรมมากและอื่น ๆ ถ้าไม่ไปหาแพทย์ให้รักษาทันท่วงทีก็จะเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว แต่ถ้ารู้จักปฏิบัติตัวตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด จะมีชีวิตไปอีกประมาณ 2-3 ปี

การรักษา แบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอนโรคเอดส์ติดต่อกันอย่างไร

โรคเอดส์สามารถติดต่อกันได้ 2 ทางใหญ่ ๆ คือ ทางเพศและทางเลือด

ทางเพศ การมีเพศสัมพันธ์สำส่อนระหว่างชายกับชาย และชายกับหญิงจะมีโอกาสติดเชื้อโรคเอดส์ได้ ถ้าฝ่ายใดมีเชื้ออยู่ในตัว การใส่ถุงยางอนามัยขณะร่วมเพศกับคนแปลกหน้าจึงเป็นวิธีป้องกันวิธีหนึ่ง
ทางเลือด หรือผลิตภัณฑ์

– การรับเลือดที่มีเชื้อเอดส์เข้าไป เช่น โดยการถ่ายเลือด

– การใช้เข็มฉีดยาที่เปื้อนเลือดของคนที่ติดเชื้อโรคเอดส์, ตรวจเลือด

– การติดต่อจากแม่ไปสู่ลูก

– การปลูกถ่ายอวัยวะ หรือการผสมเทียม

– การถูกเข็มหรือของมีคมที่เปื้อนเลือดเอดส์ตำ

ดังนั้น การที่รู้ว่าโรคเอดส์ติดต่อกันได้อย่างไรจะได้นำไปคิดและนำไปปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองติดเชื้อเอดส์ หรือป้องกันไม่ให้เชื้อเอดส์แพร่ไปสู่ผู้อื่น

โรคเอดส์ไม่ติดต่อกันทางใด

ไม่ติดต่อกันโดยผ่านทางน้ำลาย,น้ำมูก,น้ำตา,เสมหะ,ปัสสาวะ,อุจจาระ,หรือเหงื่อ ยุงไม่นำโรคเอดส์ ถึงแม้ว่าจะไปกัดคนที่เป็นเอดส์ เพราะเชื้อเอดส์จะอยู่ในตัวยุงไม่กี่ชั่วโมงก็จะตายไป ขณะเดียวกันยุงที่ดูดเลือดคนแล้วจะไม่กัดคนอีกภายในวันเดียวกัน และ เลือดที่เปื้อนที่ปากยุงก็มีไม่มากพอเราจะป้องกันการติดเชื้อเอดส์ได้อย่างไร

งดการเที่ยวแหล่งบริการต่างๆ ที่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์
หากจะมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ตาม คุณควรทราบแน่นอนว่าผู้นั้นไม่มีเลือดบวกเอดส์ ถ้าไม่แน่ใจควรมีเซฟเซ็กส์ (safe sex) หรือเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยหยุดฉีดยาเสพติด หากเลิกไม่ได้ควรใช้เข็ม และกระบอกฉีดยาที่สะอาดของตนเองก่อนแต่งงาน ควรตรวจเลือดทั้งสองฝ่าย
ถ้าจะมีบุตร ควรตรวจเลือดทั้งสามีและภรรยา เพราะบุตรอาจจะติดเอดส์จากคุณได้ จะเป็นภาระทั้งตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติงดดื่มสุราของมึนเมา เพราะจะขาดสติ และอาจพาไปสู่การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย หรือใช้อย่างไม่ถูกต้องถ้าพบอุบัติเหตุที่มีเลือดกระจาย เวลาจะช่วยเหลือควรใส่ถุงมือหรือถุงพลาสติกทุกครั้ง

ผู้มีเลือดเอดส์บวกจะปฏิบัติตัวอย่างไร การติดเชื้อ hiv,ความรู้เรื่องโรคเอดส์,ผลตรวจ hiv,

การตรวจพบเลือดบวกเอดส์ หรือการเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์โดยไม่มีอาการนั้น คุณอาจจะไม่กลายเป็นเอดส์เต็มขั้นก็ได้ เพราะจากการศึกษาใน 10 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่มีเลือดบวกเอดส์จะเป็นเอดส์เต็มขั้นได้ประมาณร้อยละ 50 ถ้าขณะที่คุณมีเลือดบวกเอดส์โดยไม่มีอาการ ต้องปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

ไม่รับเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้นอีก งดการมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่น เพราะคุณจะไม่มีวันทราบเลยว่าคนที่คุณมีเพศสัมพันธ์ด้วยนั้น มีเชื้อเอดส์หรือไม่ สำหรับชายที่มีภรรยาอยู่แล้ว หากภรรยายอมให้ร่วมเพศด้วย คุณต้องใส่ถุงยางอนามัยให้ถูกวิธีทุกครั้ง นอกจากนั้นก็ควรงดการฉีดยาเสพย์ติด ในกรณีที่ทั้งสามีและภรรยาติดเอดส์แล้วก็จำเป็นต้องใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่ร่วมเพศ มิฉะนั้นต่างผ่ายต่างเพิ่มเชื้อเอดส์ให้กันและเชื้อเอดส์ที่ได้รับเพิ่มขึ้นจะเร่งทำลายเม็ดโลหิตขาวที่เป็นภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะทำให้ทั้งสองฝ่ายมีอาการเอดส์เร็วขึ้นอีก
กำลังใจดีและเข้มแข็ง สิ่งนี้สำคัญมากคุณต้องพยายามปรับใจให้ได้ว่าสิ่งที่ผ่านมาก็ให้ผ่านไปหางานหาการทำ จะได้ไม่มีเวลาคิดมาก ฝึกสมาธิ ทำให้จิตสงบไม่เครียด และไม่ซึมเศร้า เพราะภาวะซึมเศร้าทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง
บำรุงร่างกายให้แข็งแรง

– ทานอาหารทุกชนิดให้พอเพียงงดของมึนเมาทุกชนิด งดบุหรี่

– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าสามารถจะออกกำลังกายได้

– พักผ่อนให้เพียงพอ

บทสรุป

โรคเอดส์เป็นโรคใหม่ เป็นโรคร้ายในปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนที่ได้ผลที่จะรักษา หรือป้องกันได้ ดังนั้นวิธีป้องกันโรคเอดส์ที่ดีที่สุดก็คือการให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกเพศ ทุกวัย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์อย่างถูกต้อง เพื่อที่เขาจะได้ประพฤติปฏิบัติไม่ให้ตัวเองติดเชื้อเอดส์มา เพราะโรคเอดส์เป็นโรคที่ป้องกันได้ ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเอง
Credit: http://arts.kmutt.ac.th/ssc210/Group%20Project/G243/kmutt%20out%20to/aids2.3.htm,ตรวจเลือด, ตรวจเลือด
เลือดบวก แปลว่าอะไร ?
ก่อน อื่น ขอทำความเข้าใจกับคำว่า “บวก” และ “ลบ” ก่อน คำนี้แปลมาจากภาษฝรั่ง ว่า “positive” และ “negative” ไม่รู้ใครเป็นคนแปลเป็นคนแรก แล้วก็ใช้กันมาโดยตลอด แหม..เล่นแปลกันตรงตัวเลย ความจริงมันไม่ใช่ บวก หรือ ลบ ในความหมายทางคณิตศาสตร์ แต่หมายถึงว่า “มี” หรือ “พบเชื้อ” หรือ “พบร่องรอย” เช่น เราเจาะเลือดมาจำนวนหนึ่ง อยากรู้ว่าเลือดนี้ มีเชื้อ A (สมมุติว่าเรียกเชื้อนี้ว่า เชื้อ A) เราก็เอาน้ำยาที่ตรวจหาเชื้อ A มาทำปฎิกริยากับเลือด ถ้า “มีเชื้อ” หรือ “มีร่องรอย” ฝรั่งก็เรียก “positive” เราก็เรียกว่า “เลือดบวกต่อเชื้อ A”

ถ้าอยากรู้ว่าติด เชื้อซิฟิลิสหรือเปล่า เราก็เอาน้ำยาตรวจหาซิฟิลิสมาทำ ปฎิกริยากับเลือด ถ้ามีเชื้อซิฟิลิส ก็เรียกว่า เลือดบวกต่อซิฟิลิส ถ้าตรวจการตั้งครรภ์ เอาเลือดมาหาฮอร์โมน ถ้ามีฮอร์โมนที่แสดงว่าตั้งครรภ์ ก็เรียกว่า เลือดบวกต่อการตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงอยู่ที่ว่า เอาเลือดไปตรวจหาอะไร ถ้าตรวจหาเอดส์ แล้วให้ผลบวก ก็บอกว่า เลือดบวกต่อเชื้อเอดส์ ดังนั้น “เลือดบวก” ต้องระบุให้ชัดว่าบวกจากอะไร จะพูดว่าเลือดบวกเฉยๆ ไม่ได้

เลือดเอดส์ “บวก” แปลว่า “เป็นเอดส์” ใช่ไหม
ไม่ ใช่ครับ ก่อนจะเป็นเอดส์เต็มขั้น จะต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ เป็นเวลานานหลายปี คุณอาจมีเลือดเอดส์บวกอยู่เป็นสิบๆ ปี โดยไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้

“ติดเชื้อ” กับ “เป็นเอดส์” เหมือนกันไหม
“ติด เชื้อ” หมายถึงรับเชื้อมาแล้ว มีเชื้อในร่างกายของเรา ตรวจเลือดเอดส์ก็ให้ผลบวก แต่ก็ยังไม่มีอาการอะไร บางคนกินยายับยั้งเชื้อเอดส์ พร้อมกับรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ก็สามารถมีชีวิตเหมือนคนปกติ (ดูหน้าตาก็ไม่รู้) เพียงแต่มีเลือดเอดส์เป็นบวกเท่านั้น

“เป็นเอดส์” หมายถึงการมีอาการแทรกซ้อนต่างๆแสดงออกทางร่างกายแล้ว เป็นผลจากที่ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง จนไม่สามารถต่อต้านเชื้อโรคต่างๆได้

รับเชื้อมาแล้วกี่ปีจึงจะเป็นเอดส์ การติดเชื้อ hiv,ความรู้เรื่องโรคเอดส์,ผลตรวจ hiv,
ส่วน ใหญ่ของผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการ เพียงแต่มีเลือดบวกเฉยๆ บางคนอาจไม่มีอาการอะไรเลย เป็นเวลา 10 ปี ก็มี แล้วนานแค่ไหนที่รับเชื้อแล้วจนมีอาการเป็นเอดส์
เราคือผู้นำด้านชุดตรวจเอชไอวี มั่นใจกับมาตรฐานที่ดีที่สุดตรวจเอดส์, ตรวจ HIV, เอดส์, เอชไอวี, ตรวจเอชไอวี, AIDS, คลินิคนิรนาม, HIV ,ตรวจเลือด,ตรวจเลือด
เราเป็นผู้นำเข้า ชุดตรวจเอชไอวี ตรวจเลือด และชุดตรวจสารต่างๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน จากโรงงานมาตรฐานระดับโลก ชุดทดสอบทุกชิ้น จึงมีคุณภาพสูง ปลอดภัย และมั่นใจได้มากกว่า 99% ด้วยระยะเวลาในการตรวจสอบเพียงแค่ 10 นาที ก็สามารถทราบผลได้ทันที รวดเร็ว ตรวจได้หลังจากได้รับเชื้อตั้งแต่ 21-30 วันขึ้นไป จัดจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง
ทำไมถึงต้องตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองที่บ้าน

AIDS, ตรวจเอชไอวี,ตรวจเอดส์, ตรวจ HIV, เอดส์, เอช AIDS,ไอวี, ตรวจเอชไอวี, คลินิคนิรนาม,ตรวจเอดส์, ตรวจ HIV, เอดส์, เอชไอวี, ตรวจเอชไอวี, คลินิคนิรนาม, AIDS,, ตรวจ
เอดส์, เอชไอวี, ตรวจเอชไอวี, คลินิคนิรนาม, AIDS,ตรวจเอดส์, ตรวจ HIV,ตรวจ hiv กี่เดือน,ตรวจ hiv กี่วัน,การติดเชื้อ hiv,ความรู้เรื่องโรคเอดส์,ผลตรวจ hiv,โรคเอชไอวี ติดต่อทางไหน

ตรวจเอดส์, ตรวจ HIV, เอดส์, เอชไอวี, ตรวจเอชไอวี, AIDS, คลินิคนิรนาม, HIV,ตรวจเลือด

ตรวจเอดส์, ตรวจ HIV, เอดส์, เอชไอวี, ตรวจเอชไอวี, AIDS, ตรวจเลือด

คู่มือการตรวจ

Link อื่นๆ